วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงงานเมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก


โครงงานเมี่ยงคำ รายวิชาวิทยศาสตร์

โครงงานเมี่ยงคำ รายวิชาวิทยศาสตร์

ทำการทดสอบ เรื่อง ความเป็น กรด-เบส ในน้ำเต้าเจี้ยว

สมมติฐาน : ในน้ำเต้าเจี้ยวจะมีรสเค็มและเปรี้ยว และมีความเป็นกรด มีค่า ph ประมาณ 5

     
         การทำเต้าเจี้ยวโดยการ นำถั่วเหลืองที่นึ่งสุกแล้วมาหมักกับเชื้อราแอสเพอร์จิลลัส โอไรเซ หรือ 
แอสเพอร์จิลลัส โซเย แล้วนำถั่วเหลืองที่มีเชื้อราเจริญได้ที่แล้วมาหมักกับน้ำเกลือในระยะเวลาที่เหมาะสม จะได้น้ำเต้าเจี้ยวออกมาที่มีรสชาติเค็มและเปรี้ยวหน่อยๆ (ถ้าใครไม่ชอบเปรี้ยวก็เติมน้ำตาลได้)
         การทดสอบพบว่าในน้ำเต้าเจี้ยวมีความเป็นกรด เพราะจากการวัดของกระดาษลิตมัสสีน้ำเงินที่เปลี่ยนเป็นสีแดง และมีค่า ph เท่ากับ5 เพราะใช้กระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์วัดค่า

โครงงานเมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก


โครงงานเมี่ยงคำ รายวิชาวิทยศาสตร์

ทำการทดสอบ เรื่อง ความเป็น กรด-เบส ในน้ำเต้าเจี้ยว


สมมติฐาน : ในน้ำเต้าเจี้ยวจะมีรสเค็มและเปรี้ยว และมีความเป็นกรด มีค่า ph ประมาณ 5

       
         การทำเต้าเจี้ยวโดยการ นำถั่วเหลืองที่นึ่งสุกแล้วมาหมักกับเชื้อราแอสเพอร์จิลลัส โอไรเซ หรือ 
แอสเพอร์จิลลัส โซเย แล้วนำถั่วเหลืองที่มีเชื้อราเจริญได้ที่แล้วมาหมักกับน้ำเกลือในระยะเวลาที่เหมาะสม จะได้น้ำเต้าเจี้ยวออกมาที่มีรสชาติเค็มและเปรี้ยวหน่อยๆ (ถ้าใครไม่ชอบเปรี้ยวก็เติมน้ำตาลได้)
         การทดสอบพบว่าในน้ำเต้าเจี้ยวมีความเป็นกรด เพราะจากการวัดของกระดาษลิตมัสสีน้ำเงินที่เปลี่ยนเป็นสีแดง และมีค่า ph เท่ากับ5 เพราะใช้กระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์วัดค่าด

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง : การรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติด้วยพระปรีชาญาณอย่างชาญฉลาดให้เกิดประโยชน์ แก่ปวงชนมากที่สุด ยาวนานที่สุดและทั่วถึงกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแนะนำการปลูกป่าในเชิงผสมผสาน ทั้งด้านเกษตรวนศาสตร์และเศรษฐกิจสังคมไว้เป็นมรรควิธีปลูกป่าแบบเบ็ดเสร็จ นั้นไว้ด้วย

ลักษณะทั่วไปของป่า 3 อย่าง พระราชดำริปลูกป่า 3 อย่างนั้น มีพระราชดำรัส ความว่า
ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินดูพื้นที่
“...ป่าไม้ที่ปลูกป่านั้น สมควรที่จะปลูกแบบป่าใช้ไม้หนึ่ง ป่าสำหรับใช้ผลหนึ่ง ป่าสำหรับใช้เป็นฟืนอย่างหนึ่ง อันนี้แยกออกไปเป็นกว้างๆ ใหญ่ๆ การที่จะปลูกต้นไม้สำหรับได้ ประโยชน์ดังนี้ ในคำวิเคราะห์ของกรมป่าไม้รู้สึกจะไม่ใช่ป่าไม้ เป็นสวนหรือจะเป็นสวนมากกว่าป่าไม้ แต่ในความหมายของการช่วยเหลือเพื่อต้นน้ำลำธารนั้น ป่าไม้เช่นนี้จะเป็นจะเป็นสวนผลไม้ก็ตาม หรือสวนไม้ฟืนก็ตามนั้นแหล่ะเป็นป่าไม้ที่ถูกต้อง เพราะทำหน้าที่เป็นป่า คือ เป็นต้นไม้และทำหน้าที่เป็นทรัพยากรในด้าน สำหรับให้ผลที่มาเป็นประโยชน์แก่ประชาชนได้ประโยชน์ที่ได้รับ…”
ในการปลูกป่า 3 อย่างนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชาธิบายถึงประโยชน์ในการปลูกป่าตามพระราชดำริว่า
“...การปลูกป่า 3 อย่าง แต่ให้ประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งได้ไม้ผล ไม้สร้างบ้านและไม้ฟืนนั้น สามารถให้ประโยชน์ได้ถึง 4 อย่าง คือ นอกจากประโยชน์ในตัวเองตามชื่อแล้ว ยังสามารถให้ประโยชน์อันที่ 1 ซึ่งเป็นข้อสำคัญ คือสามารถช่วยอนุรักษ์ดินและต้นน้ำลำธารด้วย...”
และได้มีพระราชดำริเพิ่มเติมว่า “...การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้ ให้ใช้วิธีปลูกไม้ 3 อย่าง แต่มีประโยชน์ 4 อย่าง คือ ใช้ไม้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำและปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วย โดยรับน้ำฝนอย่างเดียว ประโยชน์อย่างที่ 4 คือ ได้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ...”
พระราชดำริเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ดำเนินการในหลายส่วนราชการ ทั้งกรมป่าไม้และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกแห่ง คือ การปลูกป่าใช้สอย โดยดำเนินการปลูกพันธุ์ไม้โตเร็วสำหรับตัดกิ่งมาทำฟืนเผาถ่าน ตลอดจนไม้สำหรับใช้ในการก่อสร้างและหัตถกรรมส่วนใหญ่ได้มีการปลูกพันธุ์ไม้ โตเร็วเป็นสวนป่า เช่น ยูคาลิปตัส ขี้เหล็ก ประดู่ แค กระถินยักษ์ และสะเดา เป็นต้น
วิธีการปลูกป่าเพื่อทดแทนหมุนเวียน นอกจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกป่าเพื่อใช้ทำฟืนว่า
“...การปลูกป่าสำหรับใช้เป็นฟืนซึ่ง ราษฎรจำเป็นต้องใช้เป็นประจำ ในการนี้จะต้องคำนวณเนื้อที่ที่จะใช้ปลูก เปรียบเทียบกับจำนวนราษฎรตลอดจนการปลูกและตัดต้นไม้ไปใช้ จะต้องใช้ระบบหมุนเวียนและมีการปลูกป่าทดแทน อันจะทำให้มีไม้ฟืนสำหรับใช้ตลอดเวลา...”
 http://www.haii.or.th/wiki84/index.php

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเตอร์เน็ต

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเตอร์เน็ต

     โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งประกาศซื้อขาย ของผิดกฏหมาย, ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ
     โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ตเทคโนโลยีที่ทันสมัย แม้จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเพียงใดก็ตาม สิ่งที่ต้องยอมรับความจริงก็คือ เทคโนโลยีทุกอย่างมีจุดเด่นและข้อด้อยของตนทั้งสิ้น ทั้งที่มาจากตัวเทคโนโลยีเอง และมาจากปัญหาอื่นๆ เช่น บุคคลที่มีจุดประสงค์ร้าย
     ในโลก cyberspace อาชญากรรมคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาหลักที่นับว่ายิ่งมีความรุนแรง เพิ่มมากขึ้น ประมาณกันว่ามีถึง 230% ในช่วงปี 2002 และแหล่งที่เป็นจุดโจมตีมากที่สุดก็คือ อินเทอร์เน็ต นับว่ารุนแรงกว่าปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์เสียด้วยซ้ำ
หน่วยงานทุกหน่วยงานที่นำไอทีมาใช้งาน จึงต้องตระหนักในปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องลงทุนด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพ การวางแผน ติดตาม และประเมินผลที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะมีการป้องกันดีเพียงใดปัญหาการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ก็มีอยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ระบบการโจมตีที่พบบ่อย
 คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเตอร์เน็ต
ในสังคมอินเทอร์เน็ตนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดีเช่นเดียวกับสังคมทั่วไป ผุ้ใช้ที่ไม่ระมัดระวังจึงอาจถูกล่อลวงไปในทางที่ผิดหรือก่อให้เกิดอันตราย ได้ ฉะนั้น วิธีหนึ่งที่จะป้องกันเยาวชนไทยจากปัญหาเหล่านี้ก็คือ การให้เยาวชนรู้จักกับศิลปป้องกันตัวในอินเทอร์เน็ต
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตควรจะรู้และยึดถือปฏิบัติ ดังนี้
        1. ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ โรงเรียนของตนให้แก่บุคคลอื่นที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
        2. หากพบข้อความหรือรูปภาพใดๆ บนอินเทอร์เน็ตที่มีลักษณะหยาบคายหรือไม่เหมาะสม ควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทันที
        3. ไม่ควรไปพบบุคคลใดก็ตามที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ผู้ปกครองก่อน และหากผู้ปกครองอนุญาต ก็ควรไปพร้อมกับผู้ปกครอง โดยควรไปพบกันในที่สาธารณะ
        4. ไม่ส่งรูปหรือสิ่งใดๆ ให้บุคคลที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
        5. ไม่ตอบคำถามหรือต่อความกับผู้ที่สื่อข้อความหยาบคาย และต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทันที
        6. ควรเคารพต่อข้อต่อลงในการใช้อินเทอร์เน็ตที่ให้ไว้กับผู้ปกครอง เช่น กำหนดระยะเวลาในการใช้อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ที่ผู้ปกครองอนุญาตให้เข้าได้
                                              http://www.bkk1.in.th/Topic.aspx?TopicID=19470

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เเนะนำตัวเอง

ประวัติส่วนตัว

 ชื่ิิอเด็กหญิงอุบลวรรณ   วรรณโกสิทธ์ ชื่อเล่น น้องเเก้ว อายุ 14ปี

วัน เดือน ปีเกิด  3 กันยายน 2541

มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน เป็นคนที่ 1 

ศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนตากพิทยาคม 

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/3

อาหารที่ชอบ
ข้าวผัดกระเพรา เเละ ข้าวมันไก่

ผลไม้ที่ชอบ
 เเตงโม เเละ มะม่วง

สีที่ชอบ
สีส้มเเละ สีเขียว

สถานที่ ที่ชอบไป
ทะเล เเละ สวนสนุก